หลังคาเหล็กจ่อขึ้นราคา AD ดันต้นทุนนำเข้าพุ่ง

19 มิถุนายน 2565
หลังคาเหล็กจ่อขึ้นราคา AD ดันต้นทุนนำเข้าพุ่ง

          ส.ผู้ผลิตหลังคาเหล็กเมทัลชีสขอพาณิชย์ยืดเอดีเหล็กนำเข้าจากจีนต่อรอบที่ 3 หลังสิ้นสุดมาตรการเว้นเอดี 1 พ.ค. 65 ภาษีพุ่ง 40.77% หวั่นปริมาณการผลิตในประเทศไม่เพียงพอต้องนำเข้า บวกต้นทุนเอดีทุบซ้ำต้อง “ขึ้นราคา” พร้อมกระทุ้ง มอก.อืด 5 ปีไม่เสร็จ-เร่งเครื่อง กขค.พิจารณาผู้ผลิตเหล็กไทยผูกขาด มิ.ย.นี้

          รายงานจากกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) ได้ออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) กับสินค้าเหล็กม้วนเมทัลชีต (เหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อน หรือ GL, เหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนทาสี PPGL) จากประเทศจีน

          ในอัตรา 40.77% ตามที่บริษัทผู้ผลิตในประเทศร้องว่าจีนมีการทุ่มตลาด ส่งผลกระทบอุตสาหกรรมภายใน ซึ่งการบังคับใช้มาตรการเอดีนี้ เดิมจะเริ่มใช้ในเดือนเมษายน 2564 เป็นเวลา 5 ปี

          แต่ทางผู้ผลิตหลักคาเหล็กของไทย ระบุว่าหากใช้มาตรการเอดี จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ เพราะสินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศยังมีปริมาณไม่เพียงพอ ขอให้ต่ออายุมาตรการเว้นเอดีอีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวได้ต่ออายุมาแล้ว 2 ครั้ง สิ้นสุดไปเมื่อเดือนเมษายน 2565 แต่ทางผู้ผลิตขอต่อรอบที่ 3

          “กรมการค้าต่างประเทศประชุมร่วมกับทุกฝ่ายไปเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ยังไม่มีข้อสรุป กรมแนะนำผู้ผลิตเหล็ก PPGL กับผู้ผลิตเหล็กหลังคากลับไปหารือกัน เรื่องการรับซื้อ ราคา พร้อมแนะนำให้ผู้นำเข้าไทยเจรจากับผู้ผลิตเหล็กจากจีนให้ยื่นขอทบทวนการใช้มาตรการเอดี คาดว่าจะใช้ระยะเวลาการพิจารณาไม่เกิน 1 ปี หากเห็นว่าไม่มีการทุ่มตลาดจริงก็อาจจะยกเลิกหรือปรับอัตราภาษีใหม่ให้”

          ด้านนายพันธนวุฒิ ถิ่นคำแบ่ง นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตหลังคาเหล็กไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลหารือร่วมกับสภาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมไทย (สภา SME) และสมาพันธ์ผู้บริโภคหลังคาเหล็ก หารือร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอุตสาหกรรมภายใน อาทิ บจ.เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย), บจ.เคจี สตีล, บจ.เอ็มพาวเวอร์สตีล และ บมจ.กรุงเทพผลิตเหล็ก

          ผลสรุปเบื้องต้น สมาคมรับข้อเสนอจากกรม โดยจะให้บริษัทผู้นำเข้าเหล็กประมาณ 100 ราย ซึ่งมีสมาชิกของสมาคม 4 ราย และมีรายใหญ่ 10 ราย ประสานผู้ผลิตเหล็กจีนให้ยื่นขอทบทวนอัตราภาษีเอดีใหม่โดยเร็วที่สุด ซึ่งกรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำด้วย

          ซึ่งระหว่างการยื่นขอทบทวน AD ทางผู้ผลิตภายในประเทศได้เสนอขายสินค้าราคาพิเศษให้สมาชิกของสมาคม โดยมีเงื่อนไขการสั่งซื้ออย่างน้อยขั้นต่ำ 3,500-5,000 ตันต่อเดือน และสั่งซื้อติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน แต่ก็จำเป็นต้องพิจารณาด้านราคาด้วย

          “หลังจากสิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีเอดีเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ทางผู้นำเข้าหยุดการนำเข้าชั่วคราวจนกว่าจะทบทวนเอดี โดยยังคงใช้สต๊อกเดิม ซึ่งยังไม่รู้จะคงเหลือนานเท่าไร หากต้องใช้เวลาทบทวนนานก็เชื่อว่าผู้นำเข้าจำเป็นต้องนำเข้าในอัตราภาษีเอดี 40.77% ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายปลีกเหล็กเพิ่มขึ้น แต่จะเพิ่มขึ้นเท่าไร หรือเมื่อไร ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน แต่เชื่อว่าเร็ว ๆ นี้จะเห็นราคาขึ้นแน่นอน

อ่านต่อได้ที่ : https://bit.ly/3OHnerz


แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.