ผู้ค้าเหล็กร้อง"พาณิชย์"ทบทวนมาตรการAD

09 มีนาคม 2566
ผู้ค้าเหล็กร้อง"พาณิชย์"ทบทวนมาตรการAD

          ผู้ค้าเหล็ก ร้องพาณิชย์ ทบทวนมาตรการป้องกันการทุ่มตลาดสินค้าไทยให้ยุติการใช้มาตรการทั้งหมดหรือลดขอบเขตลงให้น้อยที่สุดชี้ที่ผ่านมาผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า

          นายพันธนวุฒิ ถิ่นคำแบ่ง  ประธานสหพันธ์ผู้นำเข้าเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง   เปิดเผยว่าการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเฉพาะจากการนำเข้าสินค้า ที่มาขายตัดราคา แข่งกับผู้ผลิตของไทย จะมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือ เรียกกันว่า  เอ-ดี  (Anti-dumping: AD) ให้ผู้นำเข้า จะต้องเสียภาษีแพงขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ไทย ใช้มาตรการ เอ-ดี กับหลายสินค้า โดยเฉพาะเหล็กแต่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในประเทศขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ใช้สินค้าเหล็กเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าต่อเนื่อง ออกมาเรียกร้องให้ทบทวนมาตรการดังกล่าว

          เพราะที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบมาโดยตลอด จากต้นทุนที่สูงขึ้น  ซึ่งเอกชนได้มายื่นหนังสื่อ ถึงกรมการค้าต่างประเทศ  โดยขอให้ทบทวนแนวทางการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศสินค้าประเภทเหล็กในการขอให้ยุติการใช้มาตรการทั้งหมด หรือ ลดขอบเขตลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตหลังคาเหล็ก เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าดีมีคุณภาพ มีการแข่งขันที่เป็นธรรม สามารถเลือกใช้สินค้าจากต่างประเทศได้

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สินค้าเหล็ก หลายรายการ มีการบังคับใช้มาตรการ เอ-ดี และต่ออายุนานเกินระยะเวลาปกติตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว โดยเฉพาะเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น และเหล็กแผ่นรีดร้อน ที่บังคับใช้มาประมาณ 20 ปีแล้ว

          จึงมองว่า นานพอที่อุตสาหกรรมภายใน จะได้ปรับตัว และพัฒนาให้สามารถแข่งขันได้แล้ว ส่วนที่กังวลว่าจะกระทบอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์นั้น ข้อเท็จจริง ตัวถังรถยนต์ ไม่ได้ใช้แผ่นเหล็กที่ผลิตในประเทศ รวมทั้งเครื่องยนต์และอุปกรณ์สำคัญหลายส่วน ยังจำเป็นต้องพึ่งพานำเข้า มีเพียงส่วนประกอบย่อย เช่น ขาเบรก หรือ บานพับ และ อื่นๆ ที่ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศเท่านั้น

          รวมไปถึงที่มีการอ้างว่าไทยควรบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดฯ เช่นเดียวกับประเทศอื่น อาทิ สหรัฐอเมริกา เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็ก มีความสำคัญเชื่อมโยงกับความมั่นคงของประเทศนั้น ย้ำว่า ประเทศที่บังคับใช้มาตรการฯ นี้ล้วนมีทั้งสินแร่เหล็ก ถ่านหิน เป็นประเทศอุตสาหกรรมหนักชั้นนำของโลก มีโรงงานผลิตเหล็กต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ขนาดใหญ่ มีความพร้อมทั้งเทคโนโลยีและกำลังคน  แตกต่างจากไทย ที่ไม่มีสินแร่เหล็ก ถ่านหิน แต่เป็นโรงเหล็กขั้นปลายน้ำเท่านั้น

          สำหรับการปกป้อง คุ้มครอง และส่งเสริม ผู้ประกอบอุตสาหกรรมภายในประเทศนั้น สามารถดำเนินการได้ด้วยมาตรการอื่นได้ เช่น การส่งเสริมให้มีการใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand: MIT) มากขึ้น / การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาคุณภาพสินค้า / การส่งเสริมให้โรงงานในประเทศผลิตเหล็กเกรดพิเศษให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค /  การส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างการผลิตที่ครบวงจร / การส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในภาคอุตสาหกรรมหนักเพื่อช่วยลดตันทุนการผลิตเหล่านี้ จะเป็นมาตรการในเชิงบวก และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนมากกว่า

          “กรณีที่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศ ไปร้องให้พิจารณาออกมาตรการเอ-ดี จากต่างประเทศ เพราะขายในราคาถูกกว่า และคุณภาพไม่ได้มาตรฐานนั้น เสนอให้ภาครัฐออกมาตรฐานอุตสาหกรรมบังคับ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. จะเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า สินค้าที่มีการอ้างว่า ทุ่มตลาดเข้ามาในไทยไม่มีคุณภาพจริงหรือไม่ รวมถึงราคาเหล็กในประเทศ ทำไมจึงสูงกว่าต่างประเทศ ตามที่อ้างกันว่าราคาจากประเทศต้นทางสูง แต่มาขายในไทยต่ำกว่า ที่จะต้องหาข้อเท็จจริงตรงนี้ด้วย  ซึ่งการใช้มาตรการ AD ก็เหมือนกับการผลักภาระให้ผู้บริโภค ซึ่งก่อนหน้านี้ เพิ่งมีการต่อมาตรการ AD  นำเข้าเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนทาสี (PPGL) จากจีน สูงถึง 40.77%  ทำให้ผู้ผลิตอุตสาหกรรมในประเทศสู้ราคาไม่ไหว จึงไม่มีการนำเข้ามาแล้ว”

          ด้านนายชวลิต  กาญจนาคาร ประธานสมาพันธ์ผู้บริโภคหลังคาเหล็กไทย กล่าวว่า ทำไมคนไทยต้องใช้ของแพง จากการตั้งภาษี AD ที่สูง ทำให้โรงงาน ไม่กล้าสั่งเหล็กมาผลิต ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ยอดขายหายไป 50%  ซึ่งกระทบกับโรงงานผลิตหลังคาในประเทศที่อาจจะอยู่ไม่รอด กว่า 1,800 โรงงาน มีแรงงานประมาณ 10 คนต่อ 1 โรงงานเป็นอย่างน้อย ดังนั้นควรเปิดให้เป็นการค้าเสรี

แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.