ไทยเร่งเป้า Net Zero เหลือปี 2050 ขยายชุมชนคาร์บอนต่ำเฟส 2

20 กุมภาพันธ์ 2569
ไทยเร่งเป้า Net Zero เหลือปี 2050 ขยายชุมชนคาร์บอนต่ำเฟส 2

รัฐบาลไทยปรับเร่งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากเดิมปี 2065 เป็นปี 2050 เพื่อรับมือผลกระทบจากภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดสัมมนาขับเคลื่อนโครงการ "ชุมชนคาร์บอนต่ำ" ระยะที่ 2 เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

โครงการระยะที่ 2 มุ่งเน้นการขยายผลเครื่องมือ "บันได 9 ขั้น" เพื่อประเมินความพร้อมของชุมชน และส่งต่อโมเดลให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ในระดับนโยบาย

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคของไทยสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่านับหมื่นล้านบาท ปรากฏการณ์ที่ถูกเรียกว่า “อากาศรวน” ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กลายเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลปรับเร่งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากเดิมปี 2065 เป็นปี 2050

ภายใต้กรอบดังกล่าว แนวคิด “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” ถูกยกขึ้นเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการเปลี่ยนผ่านประเทศ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดสัมมนาวิชาการ “เริ่มด้วยใจ เปลี่ยนผ่านไทยสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ ระยะ 2” ภายใต้โครงการคุณธรรมในสังคมไทยท่ามกลางกระแสสังคมคาร์บอนต่ำในมิติชุมชนและมิตินโยบาย ระยะที่ 2 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเป็นวาระเชิงโครงสร้างของประเทศ และการดำเนินการต้องเริ่มจากระดับชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้งานวิจัยเป็นพื้นฐานกำหนดนโยบาย พร้อมระบุว่า วช. สนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือ ต้นแบบ และกระบวนการที่สามารถนำไปใช้จริงและขยายผลได้ในระดับประเทศ

โครงการระยะที่ 2 มุ่งดำเนินการ 2 แกนหลัก ได้แก่ การขยายเครื่องมือ “บันได 9 ขั้น” ซึ่งใช้ประเมินระดับความพร้อมของบุคคลและชุมชน ตั้งแต่ขั้นตระหนักรู้ ลงมือทำ ไปจนถึงการสร้างระบบที่ยั่งยืน

การส่งต่อเครื่องมือและโมเดลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อขยายผลในระดับนโยบาย

นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า หลายภูมิภาคของไทยเผชิญภัยพิบัติรุนแรงขึ้น สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่านับหมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลได้ปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) จากปี 2065 มาเป็นปี 2050 เร็วขึ้น 15 ปี

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ปัจจุบันมีเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.) กว่า 300,000 คน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ ตั้งแต่การรณรงค์บริโภคอย่างมีสติ การจัดการขยะ การส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และการส่งเสริมเกษตรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำหรับการประยุกต์ผลงานวิจัยไปใช้ในการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหา แต่คือการลงทุนเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจมีมูลค่ามหาศาลในอนาคต กรมฯ จึงมุ่งเน้นไปที่การป้องกันก่อนเกิดภัย ซึ่งคุ้มค่ากว่าการเยียวยาภายหลัง

โดยใช้โมเดล “บันได 9 ขั้น” เป็นคู่มือที่ย่อยข้อมูลวิชาการที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนนำไปปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งบูรณาการงานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

รองศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าชุดโครงการฯ ระบุว่า การจัดงานสัมมนาวิชาการครั้งนี้เป็นการสานต่อการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยคุณธรรมของไทย โดยเน้นบทบาทของชุมชนผ่านการนำเสนอผลจากการวิจัยและต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำที่สะท้อนให้เห็นความเป็นไปได้ในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ

เเละยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในการยกระดับชุมชนของไทยให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้สำเร็จตามเป้าหมายของประเทศที่ผูกพันไว้ในเวทีสากลได้

นอกจากจะมีการมอบประกาศนียบัตรต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำจำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วย เครือข่าย ทสม. 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม สระบุรี น่าน ประจวบคีรีขันธ์ และเลย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา และเทศบาลตำบลอุโมงค์

ช่วงท้ายของงาน เวทีเสวนาถูกจัดต่อเนื่องเป็นสองช่วง เริ่มจากหัวข้อ “เสียงจากพื้นที่ คุณธรรมกับสังคมคาร์บอนต่ำ: เมื่อหัวใจนำทาง การเปลี่ยนแปลงก็ยั่งยืน” เปิดพื้นที่ให้ตัวแทน 9 คน จากเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขึ้นร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเดียวกัน

จากนั้นเป็นวงเสวนา “ถอดบทเรียนคุณธรรม: สู่เส้นทาง Net Zero ของไทย” ซึ่งมีตัวแทนจากภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อเนื่อง

ตลอดการจัดงานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมกว่า 100 คน บรรยากาศการแลกเปลี่ยนดำเนินไปตั้งแต่ช่วงการนำเสนอไปจนถึงเวทีเสวนาปิดท้าย โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องจากหลายสาขาเข้าร่วมในเวทีเดียวกัน


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.