นานาชาติขานรับคำตัดสินศาลฎีกาสหรัฐฯ คว่ำนโยบายภาษีทรัมป์ แต่เตือนความไม่แน่นอนยังสูง

23 กุมภาพันธ์ 2569
นานาชาติขานรับคำตัดสินศาลฎีกาสหรัฐฯ คว่ำนโยบายภาษีทรัมป์ แต่เตือนความไม่แน่นอนยังสูง

หลายประเทศแสดงท่าทีต้อนรับอย่างระมัดระวัง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ให้ยกเลิกมาตรการสำคัญหลายส่วนในนโยบายเก็บภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม องค์กรด้านการค้าเตือนว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าในระยะต่อไป

ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ระบุว่า กฎหมายที่ใช้เป็นฐานรองรับการจัดเก็บภาษีนำเข้าไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีดังกล่าว คดีนี้มุ่งเน้นไปที่มาตรการภาษีตอบโต้เป็นหลัก

มาตรการภาษีของทรัมป์ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ตั้งแต่สหราชอาณาจักร อินเดีย ไปจนถึงสหภาพยุโรป ขณะที่บางประเทศ เช่น เวียดนาม และบราซิล ยังอยู่ระหว่างการเจรจา

โฆษกรัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า จะยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อประเมินว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะส่งผลต่อภาษีของสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ อย่างไร พร้อมชี้ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องเป็นผู้ตัดสิน แต่รัฐบาลจะเดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจเมื่อมีรายละเอียดเพิ่มเติม

โฆษกยังกล่าวว่า สหราชอาณาจักรได้รับอัตราภาษีตอบโต้ในระดับต่ำที่สุดในโลก และไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร คาดว่าความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีสิทธิพิเศษกับสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไป โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงการค้าครอบคลุมในเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งกำหนดภาษี 10% กับสินค้าหลายประเภท แต่ยกเว้นบางรายการ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และยา

คำตัดสินครั้งนี้ไม่ได้กระทบต่อข้อตกลงการค้าส่วนใหญ่ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหรัฐฯ รวมถึงอัตราภาษีพิเศษในบางภาคส่วน เช่น เหล็ก ยา และรถยนต์

อย่างไรก็ดี หอการค้าอังกฤษมองว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีที่ยังดำเนินอยู่ โดยวิลเลียม เบน หัวหน้าฝ่ายนโยบายการค้า ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่คลุมเครือของภาคธุรกิจอังกฤษชัดเจนขึ้น และเตือนว่าประธานาธิบดียังมีทางเลือกอื่นในการคงมาตรการภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม

เบนยังชี้ว่า คำตัดสินทำให้เกิดคำถามว่าผู้นำเข้าของสหรัฐฯ จะสามารถเรียกคืนภาษีที่จ่ายไปแล้วได้อย่างไร และผู้ส่งออกของสหราชอาณาจักรจะได้รับส่วนแบ่งเงินคืนหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการค้า โดยสำหรับสหราชอาณาจักร เป้าหมายสำคัญยังคงเป็นการผลักดันให้ภาษีลดลงให้ได้มากที่สุด

ด้านโอลอฟ กิลล์ โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจระบุว่า ภาคธุรกิจทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกต้องพึ่งพาความมีเสถียรภาพและความสามารถในการคาดการณ์ได้ พร้อมยืนยันว่ากำลังติดต่ออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป และยังคงสนับสนุนการจัดเก็บภาษีในระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน โดมินิก เลอบลังก์ รัฐมนตรีด้านความสัมพันธ์การค้าสหรัฐฯ-แคนาดาของแคนาดา ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวตอกย้ำจุดยืนของแคนาดาว่า ภาษีภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA ที่สหรัฐฯ บังคับใช้นั้นไม่มีความชอบธรรม

ส่วน Swissmem สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสวิตเซอร์แลนด์แสดงความยินดีกับคำวินิจฉัย แต่เตือนว่ารัฐบาลทรัมป์อาจอ้างกฎหมายอื่นเพื่อทำให้การจัดเก็บภาษีมีความชอบธรรม พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายของสวิตเซอร์แลนด์เร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่

Swissmem ระบุว่า แม้คำตัดสินครั้งนี้เป็นผลดีต่อภาคส่งออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากภาษีในระดับสูงได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ก็ยังไม่อาจถือเป็นชัยชนะโดยสมบูรณ์ พร้อมเน้นว่าความสำคัญในขณะนี้คือการเร่งสร้างความมั่นคงในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ผ่านข้อตกลงการค้าที่มีผลผูกพัน


แหล่งที่มา : Business

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.