10 สมาคมเหล็ก กระทุ้งรัฐเข้มโรงงาน IF ก่อนคืนชีพ หวั่นเหล็กด้อยคุณภาพทะลักตลาดก่อสร้าง

20 เมษายน 2569
10 สมาคมเหล็ก กระทุ้งรัฐเข้มโรงงาน IF ก่อนคืนชีพ หวั่นเหล็กด้อยคุณภาพทะลักตลาดก่อสร้าง
10 สมาคมเหล็กไทย เรียกร้องภาครัฐคุมเข้มจริงจังโรงงานเหล็ก IF ก่อนอนุญาตคืนชีพ หวั่นเหล็กด้อยคุณภาพทะลักตลาด กังวลโรงงานเตาหลอม IF เตรียมกลับมาผลิต ชี้หากขาดระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace-LF) เสี่ยงทำเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน มอก. พร้อมร้องขอ สมอ. และกรมโรงงานฯ ตรวจสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อม คุมเข้มการเลือกใช้ห้อง Lab ทดสอบ

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ติดตามสถานการณ์กรณีกลุ่มผู้ผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ซึ่งเคยถูกสั่งระงับการผลิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยล่าสุด พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่จะกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ทางสมาคมฯ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง และความปลอดภัยของประชาชน

โดยเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ตัวแทนจาก 10 กลุ่มสมาคมเหล็กไทย เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเรียกร้องขอให้คุมเข้มและตรวจสอบโรงงานเหล็ก IF ก่อนที่จะเปิดให้กลับมาผลิตอีกครั้ง โดยประเด็นที่เรียกร้อง ประกอบด้วย

1. ด้านคุณภาพน้ำเหล็ก และมาตรฐาน มอก. 20-2559 และ 24-2559 เนื่องจากหัวใจสำคัญของการผลิตเหล็กเส้น คือ การควบคุมส่วนผสมทางเคมีและการกำจัดสารมลทิน (Inclusions) ซึ่งโรงงานในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มักไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace : LF) ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงธาตุเคมีให้เสถียรได้ตามที่มาตรฐานกำหนด

ทั้งนี้ หากอ้างอิงมาตรฐาน มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) จะพบว่าในส่วนประกอบทางเคมี ได้กำหนดค่าสารมลทินอย่างละเอียด เช่น ฟอสฟอรัส (P) และกำมะถัน (S) หากไม่มีระบบ LF การจะควบคุมค่าเหล่านี้ให้ต่ำและสม่ำเสมอ ทำได้ยากมาก ส่งผลให้เหล็กที่ผลิตออกมา มีความเปราะหรือคุณสมบัติทางกลไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ น้ำเหล็กที่ไม่ผ่านการปรุงด้วย LF จะมีสิ่งปนเปื้อนสูง (Non-metallic inclusions) ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เหล็กขาดง่าย เมื่อรับแรงดึงหรือการดัดโค้ง

2. ข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ ทั้งในส่วนของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมโรงงานฯ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมคุณภาพ สมาคมฯ จึงขอเสนอมาตรการดังนี้

- เงื่อนไขระบบปรุงน้ำเหล็ก เพราะการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว โดยละเลยกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน มอก. นั้น ถือว่ายังไม่เพียงพอต่อการรับรองคุณภาพที่ยั่งยืน ภาครัฐควรตั้งเงื่อนไขว่า โรงงานที่จะกลับมาผลิตใหม่ต้องมีระบบปรุงน้ำเหล็ก ติดตั้งเป็นมาตรฐานพื้นฐาน หากโรงงานใดอ้างว่าใช้เทคโนโลยีอื่นทดแทน จะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจาก "คณะกรรมการวิชาการของ สมอ." เท่านั้น เพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าว สามารถควบคุมสารมลทินได้จริง มิใช่แค่การสุ่มตรวจสอบจากสินค้าเพียงอย่างเดียวแล้วผ่าน โดยมิได้พิจารณากระบวนการผลิตว่ามีความสม่ำเสมอในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด

- การเลือกห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยสมาคมฯ สนับสนุนให้มีการใช้ผลการทดสอบจาก สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) เป็นบรรทัดฐานหลัก เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งก่อนและหลังการปรับปรุงระบบการผลิตอย่างเป็นธรรม ป้องกันความพยายามการหลีกเลี่ยงผลทดสอบทางวิชาการที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ จึงขอให้ สมอ. กำกับดูแลให้มีการใช้ผลทดสอบจากสถาบันเดิมที่เคยตรวจทดสอบ

- มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ต้องมีการตรวจสอบระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ และของเสียจากการผลิต ให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน 100% ก่อนการพิจารณาให้กลับมาเดินเครื่องจักร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นแดงและมลพิษจากการหลอมเศษเหล็กที่ปนเปื้อน จึงต้องมีการตรวจสอบระบบกำจัดมลพิษทางอากาศ ให้เป็นไปตามกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัดก่อนออกใบอนุญาต


แหล่งที่มา : ryt9

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.