‘จีน’เบอร์ใหญ่อุตฯเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ‘IEA’ชี้เข้มแข็งห่วงโซ่อุปทานปัจจัยหนุน

18 พฤษภาคม 2569
‘จีน’เบอร์ใหญ่อุตฯเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ‘IEA’ชี้เข้มแข็งห่วงโซ่อุปทานปัจจัยหนุน
เทคโนโลยีพลังงานสะอาดกำลังเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และชีวิตประจำวันของทั่วโลก ปัจจัยสำคัญมาจากการตัวเทคโลยีพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ต้นทุน ผลกำไร และเงื่อนไขทางธุรกิจและการลงทุน แต่อีกปัจจัยที่กำลังส่งแรงให้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดเคลื่อนตัวเร็วขึ้นคือ ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ด้านต่างๆทั่วโลก

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)  เผยแพร่รายงาน Energy Technology Perspectives 2026 ( March 2026) สาระสำคัญระบุว่า  แม้ว่าอัตราภาษีศุลกากรทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว แต่ก็พบว่า ฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย หรือ Stated Policies Scenario (STEPS) ชี้ว่ามูลค่าการค้าสุทธิทั่วโลกของกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจาก 290 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 620 พันล้านดอลลาร์ในปี 2035 

โดยมีจีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่าการส่งออกสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 375 พันล้านดอลลาร์ในปี 2035 ด้วยศักยภาพส่วนแบ่งการส่งออก 10% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดทั่วโลกในปัจจุบัน 

สาเหตุหลักที่ตลาดเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเติบโตโดดเด่น เป็นเพราะการตอบสนองต่อนโยบายอุตสาหกรรมและการค้าต่อการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนซึ่งมีมูลค่าประมาณ 50 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025  โดยจีนได้เปลี่ยนเส้นทางการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ คาดการณ์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนจะมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดโดยเฉลี่ยในปี 2035 

แม้ว่า ในสหภาพยุโรป การคงไว้ซึ่งมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดช่วยป้องกันไม่ให้ส่วนแบ่งการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเกินระดับปัจจุบันที่ประมาณ 20% จนถึงปี 2035 อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของตลาด ทำให้ยุโรงเป็นแรงส่งสำคัญต่อการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีน  ขณะที่ตลาดอเมริกาเหนือยังคงปิดกั้นการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่างแทบจะสมบูรณ์

รายงานระบุถึง นโยบายอุตสาหกรรมและการค้าที่นำมาใช้ในสหรัฐและอินเดีย ว่า กำลังส่งเสริมขั้นตอนปลายน้ำของการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ แม้ว่าจีนยังคงเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน 

โดยอินเดียมีการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งการผลิตทั่วโลกมากที่สุดในSTEPS โดยเพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2024 เป็นมากกว่า 10% ในปี 2035 และกลายเป็นผู้ส่งออกแผงโซลาร์เซลล์สุทธิภายในปี 2030

ขณะที่สหรัฐ พบว่า นโยบายที่มีอยู่และการลดลงการเข้าถึงตลาดในสหรัฐทำให้สหรัฐเกือบจะพึ่งพาตนเองได้ภายในปี 2030 ในส่วนสหภาพยุโรป กฎหมายอุตสาหกรรมสุทธิเป็นศูนย์ได้เข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการแล้ว แต่เป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่ได้มาพร้อมกับการสนับสนุนทางการเงินอย่างเป็นระบบสำหรับการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในการประกาศที่จำกัดสำหรับโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์แห่งใหม่

“จุดอ่อนที่ภูมิภาคประเทศหรือภูมิภาค เผชิญ ต่อการสร้างความเข้มแข็งของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดคือ การขาดความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยพบว่า แต่ละประเทศจะมีจุดอ่อนไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ซึ่งต่างจากจีน ที่มี ความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ"รายงานระบุ

 ความแข็งแกร่งด้านการผลิตของจีนหมายความว่าประเทศจีนมีสัดส่วนกำลังการผลิต 60-85% สำหรับห่วงโซ่อุปทานหลัก และมากกว่า 95% สำหรับบางขั้นตอนการผลิต ดังนั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการหยุดชะงักจะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละห่วงโซ่อุปทานและเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น การหยุดชะงักของการส่งออกแบตเตอรี่จากจีนในแต่ละเดือนจะนำไปสู่การสูญเสียผลผลิตโดยประมาณ 17 พันล้านดอลลาร์จากโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในที่อื่นๆ โดยโรงงานในสหภาพยุโรปคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการสูญเสียดังกล่าว 

ขณะที่ การหยุดชะงักของการส่งออกชิ้นส่วนห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์จากจีนในแต่ละเดือนจะหมายความว่าโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์นอกประเทศจีนจะสูญเสียผลผลิตมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมากกว่า 40% ของผลผลิตที่ได้รับผลกระทบกลับอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย

อิทธิพลของบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีนขยายออกไปนอกพรมแดนของประเทศ บริษัทจีนมีสัดส่วนการผลิตจำนวนมากที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีนในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ในทางตรงกันข้าม การเป็นเจ้าของกำลังการผลิตแบตเตอรี่ของจีนนอกประเทศจีนยังคงมีจำกัด 5% แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณหนึ่งในสี่ภายในปี 2030

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยมอบนโยบายแก่การไฟฟ้านครหลวง (MEA) โดยเน้นย้ำการผลักดันพลังงานสะอาด การลดค่าไฟฟ้า และการพัฒนาระบบบริการพลังงานให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น โดยให้ศึกษาแนวทางลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน พร้อมเร่งสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ 

“โดยย้ำชัดว่า พลังงานสะอาดต้องไม่เป็นภาระหรือสร้างหนี้ให้ประชาชน” แต่ต้องเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้จริง คุ้มค่า และช่วยลดรายจ่ายระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม” 

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ MEA เร่งจัดทำระบบ “One Stop Service” ด้าน Solar Rooftop ภายในเดือนพ.ค.นี้ ตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยบูรณาการความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนตั้งแต่การให้คำปรึกษา การขออนุญาตติดตั้ง การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ไปจนถึงการประสานงานด้านสินเชื่อและบริการหลังการติดตั้งแบบครบวงจรในจุดเดียว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเมืองอัจฉริยะ ผ่านโครงการ Smart Metro Grid ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) การขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพื่อยกระดับความปลอดภัย ทัศนียภาพเมือง และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต

แม้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การเลือกใช้อย่างเหมาะสม เพื่อการพึ่งพาพลังงานด้วยตัวเองอย่างแท้จริง เพราะ การลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล อาจเป็นการหนีจากกับดักหนึ่ง เพื่อไปอยู่ในอีกกับดักหนึ่งก็เป็นได้ การส่งเสริมการผลิตในประเทศตลอดห่วงโซ่อุปทานจึงเป็นสิ่งจำเป็นพอๆกับการส่งเสริมการใช้งานในครัวเรือน 


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.