อินเดียออกมาตรการปกป้องเศรษฐกิจ กังวลผลกระทบสงครามอิหร่าน

05 มีนาคม 2569
อินเดียออกมาตรการปกป้องเศรษฐกิจ กังวลผลกระทบสงครามอิหร่าน

รัฐบาลอินเดียยกระดับแผนปกป้องเศรษฐกิจ เนื่องจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซ และทำให้แรงงานชาวอินเดียหลายล้านคนในภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ในความเสี่ยง

รัฐบาลอินเดียได้จัดตั้งคณะทำงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 มี.ค.) เพื่อติดตามความเสี่ยงและกำกับดูแลให้การส่งออกและนำเข้าดำเนินไปได้อย่างราบรื่นแม้อยู่ท่ามกลางภาวะชะงักงัน ขณเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของอินเดียได้ประเมินปริมาณน้ำมันสำรองอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันสำรองที่เพียงพอ พร้อมกับสั่งการให้โรงกลั่นของรัฐหาแหล่งน้ำมันดิบที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือไปจากภูมิภาคเอเชียตะวันตก

เจ้าหน้าที่ระบุว่า อินเดียมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำรองทั้งในเชิงพาณิชย์และยุทธศาสตร์สำหรับการใช้งานเกือบ 8 สัปดาห์ ดังนั้นจึงอาจยังไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในทันที แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือก๊าซหุงต้ม ซึ่งภาคครัวเรือนอาจประสบปัญหาขาดแคลนในสัปดาห์หน้า เนื่องจากการหยุดส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จากอ่าวเปอร์เซีย

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Kpler ระบุว่า อินเดียเป็นผู้ซื้อก๊าซ LPG รายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และซื้อก๊าซมากกว่า 90% จากตะวันออกกลาง โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า สต็อกก๊าซ LPG ของอินเดียสามารถรองรับได้อีกเกือบ 30 วัน

ทั้งนี้ หากอุปทานน้ำมันดิบผ่านอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงักเป็นเวลาหลายเดือนและคลังสำรองของอินเดียร่อยหรอลง อินเดียอาจถูกบีบให้ต้องดำเนินมาตรการอื่นเพื่อจัดหาน้ำมัน ซึ่งทางเลือกหนึ่งคือการให้โรงกลั่นกลับไปซื้อน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้น หลังจากที่ลดการซื้อลงอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลสหรัฐฯ

ปิยุช โกยาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารว่า ในการติดตามห่วงโซ่อุปทานนั้น รัฐบาลได้จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือระหว่างกระทรวงเพื่อผ่อนปรนขั้นตอนการค้าและประสานงานกับท่าเรือและศุลกากร เพื่อบรรเทาภาวะชะงักงันและปกป้องผู้ส่งออก

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านมากที่สุด เนื่องจากอินเดียนำเข้าน้ำมันประมาณ 90% โดยราวครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้มาจากกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งปัจจุบันการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด


แหล่งที่มา : อินโฟเควสท์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.