"พาณิชย์ "เผย อียู บังคับใช้ CBAM เต็มรูปแบบ แนะผู้ประกอบการรับมือ

28 เมษายน 2569
"พาณิชย์ "เผย อียู บังคับใช้ CBAM เต็มรูปแบบ แนะผู้ประกอบการรับมือ
"พาณิชย์"  แนะผู้ส่งออกไทยเตรียมความพร้อมคำนวณค่าชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รับมาตรการ CBAM ของ EU หลังประกาศใช้มาตรการ CBAM อย่างเต็มรูปแบบ หากไม่สามารถคำนวณจากข้อมูลการผลิตจริงได้ จำเป็นต้องใช้ค่ามาตรฐานอ้างอิง แต่ทำให้ต้นทุนการส่งออกเพิ่มขึ้น

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นมา สหภาพยุโรป (European Union: EU) ได้บังคับใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ตามกฎระเบียบ EU 2023/956 อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมสินค้า 6 รายการ ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวที่มีปริมาณเกิน 50 ตันต่อปีต่อราย ต้องซื้อใบรับรอง (CBAM Certificates) เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Embedded Emissions) ของสินค้าที่นำเข้า

ทั้งนี้ การคำนวณค่าชดเชยการปล่อยก๊าซฯ สามารถทำได้ 2 วิธี คือ 1. การคำนวณจากข้อมูลกระบวนการผลิตจริงของสินค้า (Actual Emissions) ซึ่งต้องได้รับการทวนสอบจากหน่วยงานที่ EU รับรอง หรือ

2. การใช้ค่ามาตรฐานอ้างอิง (Default Values) ตามที่ EU กำหนดไว้ ภายใต้มาตรา 7 ของกฎระเบียบดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2568 EU ได้เผยแพร่กฎระเบียบเพิ่มเติม (EU 2025/2621) เพื่อกำหนดค่ามาตรฐานฯ แยกตามรายประเทศและรายสินค้า โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงงานที่มีการปล่อยสูงสุด %   10 เพื่อใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในกรณีที่ผู้ส่งออกสินค้า CBAM ไม่สามารถคำนวณค่าปล่อยก๊าซที่แท้จริง หรือไม่สามารถรับการทวนสอบได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าว ผู้ส่งออกจะต้องใช้ค่ามาตรฐานฯ ในการคำนวณค่าชดเชยการปล่อยก๊าซฯ เพื่อประเมินภาษีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับการนำเข้าสินค้าไปยังตลาดของ EU

นางอารดา กล่าวว่า สำหรับสินค้าเหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และไฮโดรเจนจากประเทศไทย EU กำหนดให้มีการปรับเพิ่ม (Mark-up) ค่ามาตรฐานฯอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปี 2569 เพิ่มขึ้น 10  %ปี 2570 เพิ่มขึ้น 20 %  และปี 2571 เพิ่มขึ้น 30 % ขณะที่สินค้าปุ๋ยของไทย กำหนดให้ปรับเพิ่มค่ามาตรฐาน 1  % ต่อปี เพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แท้จริง

 ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถคำนวณค่าปล่อยก๊าซที่แท้จริง และยังคงใช้ค่ามาตรฐานฯ แทน ผู้ส่งออกจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตามอัตราของค่ามาตรฐานฯ ที่กำหนด โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบเก่าที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง เนื่องจากการปรับเพิ่มค่ามาตรฐานฯ ดังกล่าว จะทำให้ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใช้ในการคำนวณสูงขึ้น และส่งผลให้ต้องซื้อใบรับรองเพิ่มขึ้น
นางอารดา กล่าวว่า   ผู้ประกอบการไทยควรเร่งเตรียมความพร้อม โดยจัดเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว ควบคู่กับการติดตามข่าวสารและกฎระเบียบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด EU ได้อย่างยั่งยืน


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.