
นอกจากมาตรการที่รัฐบาลออกมา พยุงภาคก่อสร้าง ในเรื่องของผ่อนผันวิธีคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือค่า K เป็นการชั่วคราว โดยให้หักในอัตราบวก/ลบ 2% จากเดิมบวก/ลบ 4% เฉพาะสัญญาที่ส่งมอบงวดงานระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ –30 กันยายน2569 แล้ว
เมื่อไม่นานมานี้ในการพบปะระหว่างภาคเอกชนกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCA) นำโดยนางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมฯได้เสนอมาตรการช่วยเหลือพยุงธุรกิจจากผลกระทบเศรษฐกิจและสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ต่อนายกรัฐมนตรี ดังนี้
1.ขอรัฐบาลจัดหางบประมาณเพื่อจ่ายค่าK โดยตรง
2.ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างด้านแรงงานและแหล่งเงินทุน เนื่องจากแรงงานขาดแคลนโดยเฉพาะปัญหาแรงงานกัมพูชา
3.การจัดหาแรงงานใหม่จากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องลดขั้นตอนทำเอ็มโอยู เพื่อก่อให้เกิดความสะดวกในการนำเข้าที่รวดเร็ว และภาคเอกชนให้ความช่วยเหลือภาครัฐอย่างตรงไปตรงมา
4.การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสถาบันการเงิน สำหรับสินเชื่องานก่อสร้างโดยเฉพาะสินเชื่องานราชการ
5. รัฐเร่งปราบปราม ผู้ประกอบการนอมินี หรือผู้รับเหมานอมินี
6.ให้ความสำคัญคุณภาพ การก่อสร้างต้องใช้มาตรฐานประเทศไทย เพราะขณะนี้เอกชนกังวลต่างชาตินำเงื่อนไขPPP เข้ามาก่อสร้างในไทย เมื่อเกิดปัญหา กลับโทษผู้รับเหมาไทย
7.การใช้วัสดุภายในประเทศ
8.ให้มีการปรับปรุงสัญญามาตรฐานที่ทั่วโลกใช้กันไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง การออกแบบ การควบคุมงาน ให้มีความเป็นธรรมทุกฝ่ายไม่ใช่เป็นธรรมเฉพาะราชการ
9.ต้องมีหน่วยงานดูแลงานก่อสร้างโดยเฉพาะ หรือ ควรมีหน่วยงานกลางดูแลภาคก่อสร้างโดยเฉพาะทั้งเอกชนและราชการ
1.ขอแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)จัดซื้อจัดจ้าง /แก้ไขปรับปรุงราคากลาง
2.ดูแลเรื่องเกี่ยวกับค่าตอบแทนของวิชาชีพ ไม่ว่าสถาปนิก วิศวกร เพื่อให้การทำงานออกมาได้ดี
การจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งระบบ ทั้งการก่อสร้าง การออกแบบ การควบคุมงาน วัสดุก่อสร้างฯลฯ