Black Ribbon

คาร์บอนเครดิต คืออะไร ราคาเท่าไหร่ รู้จักกลไกซื้อขายคาร์บอนโอกาสทางธุรกิจ

02 มิถุนายน 2569
คาร์บอนเครดิต คืออะไร ราคาเท่าไหร่ รู้จักกลไกซื้อขายคาร์บอนโอกาสทางธุรกิจ
  • คาร์บอนเครดิตคือสิทธิที่เกิดจากการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสามารถตีราคาและซื้อขายได้ โดย 1 เครดิตมีค่าเท่ากับการลดคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ตัน
  • ราคาคาร์บอนเครดิตไม่มีราคากลางที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการและตลาด โดยตลาดภาคบังคับในยุโรปมีราคาสูงถึง 73-75 ยูโรต่อตัน ขณะที่ตลาดภาคสมัครใจมีราคาหลากหลายตั้งแต่ 1.25-5.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
  • กลไกการซื้อขายคาร์บอนเครดิตสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยองค์กรที่ลดการปล่อยก๊าซฯ สามารถสร้างรายได้จากการขายเครดิต ส่วนองค์กรอื่นสามารถซื้อเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซฯ ของตนเองได้

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางความพยายามของทั่วโลกในการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กลายเป็นวาระสำคัญของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ หลายประเทศกำหนดเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ส่งผลให้ "คาร์บอนเครดิต" (Carbon Credit) กลายเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบันคาร์บอนเครดิตไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้ในตลาด และเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คาร์บอนเครดิต คืออะไร

คาร์บอนเครดิต คือ สิทธิที่เกิดจากการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสามารถวัดผล ตีราคา และนำมาซื้อขายในตลาดคาร์บอนได้ โดยคาร์บอนเครดิต 1 หน่วย มีค่าเทียบเท่ากับการลดหรือกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้ 1 ตัน (tCO2eq)

เครดิตดังกล่าวเกิดจากโครงการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกป่า การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสีย หรือการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานในภาคอุตสาหกรรม เมื่อผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว สามารถนำไปซื้อขายในตลาดคาร์บอนเพื่อสร้างรายได้ หรือใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้

คาร์บอนเครดิต ราคาเท่าไหร่

ราคาคาร์บอนเครดิตไม่มีราคากลางตายตัว เนื่องจากขึ้นอยู่กับประเภทโครงการ มาตรฐานการรับรอง ประเทศต้นทาง คุณภาพของเครดิต และความต้องการซื้อขายในแต่ละตลาด

ข้อมูล Carbon Market Weekly ช่วงวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า ตลาดคาร์บอนภาคบังคับของสหภาพยุโรป หรือ European Union Allowances (EUA) มีราคาซื้อขายเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 73-75 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) โดยราคาปิดล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม อยู่ที่ 74.40 ยูโรต่อ tCO2eq ขณะที่ปริมาณซื้อขายในแต่ละวันอยู่ระหว่าง 11,000-83,000 tCO2eq

ส่วนตลาดคาร์บอนภาคบังคับของจีน หรือ China Emission Allowance (CEA) มีราคาซื้อขายอยู่ในช่วง 80-85 หยวนต่อ tCO2eq โดยมีปริมาณซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์ 2.97 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) เพิ่มขึ้น 147.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

สำหรับตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทโครงการและมาตรฐานที่ใช้รับรอง โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า โครงการพลังงานลมในปากีสถานภายใต้มาตรฐาน Gold Standard มีราคา 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อ tCO2eq โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในศรีลังกามีราคา 3.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อ tCO2eq ขณะที่โครงการพลังน้ำในโคลอมเบียมีราคา 2.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อ tCO2eq โครงการพลังน้ำขนาดเล็กใน สปป.ลาว มีราคา 4.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อ tCO2eq และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในกัมพูชามีราคา 5.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อ tCO2eq

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าราคาคาร์บอนเครดิตในตลาดภาคสมัครใจล่าสุดอยู่ในช่วง 1.25-5.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่ตลาดภาคบังคับของสหภาพยุโรปเคลื่อนไหวในระดับ 73-75 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ตลาดคาร์บอนในไทยมีมูลค่าเท่าใด

ข้อมูลตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทยช่วงวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีมูลค่าการซื้อขายรวม 720,585 บาท คิดเป็นปริมาณซื้อขาย 11,550 tCO2eq

ในจำนวนดังกล่าว เป็นการโอนคาร์บอนเครดิต (Transfer) จำนวน 9,481 tCO2eq และมีการยกเลิกคาร์บอนเครดิต (Cancel) จำนวน 2,071 tCO2eq เพื่อนำไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรต่าง ๆ

ทำไมคาร์บอนเครดิตจึงมีมูลค่าทางธุรกิจ

ในยุคที่มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมีความเข้มงวดมากขึ้น คาร์บอนเครดิตได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงขององค์กร ธุรกิจที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มีโอกาสสร้างรายได้จากการขายเครดิต ขณะที่องค์กรที่ยังไม่สามารถลดการปล่อยได้ทั้งหมด สามารถซื้อเครดิตเพื่อใช้ชดเชยการปล่อยคาร์บอนได้

นอกจากนี้ การดำเนินงานด้านคาร์บอนยังช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรในสายตาของนักลงทุน คู่ค้า และผู้บริโภค

โอกาสใหม่ของธุรกิจในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

แนวโน้มทั่วโลกกำลังผลักดันให้คาร์บอนกลายเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษีคาร์บอน หรือมาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่จะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระยะข้างหน้า

ด้วยเหตุนี้ คาร์บอนเครดิตจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจสำคัญของโลกยุคใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจ สร้างรายได้ใหม่ ลดความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ้างอิง

เอกสารคาร์บอนเครดิตและรายงาน Carbon Market Weekly ของ อบก. 

คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) แนวทางสู่การลดโลกร้อน พร้อมก้าวสู่ความยั่งยืน

 


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.