สศช. ประกาศ GDP ปี 68 โตแรง 2.4% Q4 พุ่ง 2.5% ปรับเป้าปี 69 บวก 2%

19 กุมภาพันธ์ 2569
สศช. ประกาศ GDP ปี 68 โตแรง 2.4% Q4 พุ่ง 2.5% ปรับเป้าปี 69 บวก 2%

สศช.แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทย ในปี 2568 ขยายตัว 2.4% หลังเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 โต 2.5% พร้อมปรับ GDP ปี 2569 ใหม่ขยายตัว 2% โดยมีแนวโน้มขยายตัวในช่วง 1.5-2.5%

16 กุมภาพันธ์ 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 2.5% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.4% เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 2%

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ซึ่งขยายตัว 2.5% เป็นผลมาจากการขยายตัวของทุกสาขาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งออกที่ขยายตัว 5.6% เช่นเดียวกับการบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 3.3% การอุปโภคภาครัฐบาล ขยายตัว 1.3% และการลงทุนรวม ขยายตัว 8.1% โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐขยายตัว 13.3%

ขณะที่ภาคการผลิตขยายตัวทุกสาขาทั้งสาขาเกษตร อุตสาหรรม ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร การค้า ขนส่ง และก่อสร้าง

"ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 4 และทั้งปี 2568 ที่ขยายตัวสูง ส่วนตัวก็แปลกใจเหมือนกันว่าเป็นตัวเลขที่เกินกว่าคาดพอสมควร โดยในส่วนของมาตรการรัฐ เช่นมาตรการคนละครึ่งพลัส ก็มีส่วนในการกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพราะการใช้จ่ายลงไปยังตัวบุคคลไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย

สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขการบริโภคที่ขยายตัวจาก 2.5% เป็น 3.3% แต่ที่เกินกว่าคาดคือ การลงทุนทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ โดยเฉพาะการก่อสร้าง เป็นผลมาจากมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายลงทุน และการอำนวยความสะดวกการลงุทน ซึ่งมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 2.5% และทำให้ทั้งปีขยายตัวได้ 2.4%" นายดนุชา ระบุ

นายดนุชา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัว 2.4% ถือเป็นอัตราการขยายตัวเกินกว่าที่ สศช. ประมาณการไว้เดิม โดยการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนและการอุปโภคภาครัฐบาลขยาย 2.7% และ 0.6% ชะลอลงจากการขยายตัว 4.4% และ 2.6% ในปี 2567 ตามลำดับ

ขณะที่การลงทุนรวมกลับมาขยายตัว 4.9% เทียบกับการลดลง 0.3% ในปี 2567 ตามการกลับมาขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน 3.5% และการลงทุนภาครัฐขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง 8.9%

ส่วนการส่งออกสินค้าขยายตัวในเกณฑ์สูง 11.9% และการส่งออกบริการลดลง 1.9% ด้านการผลิต สาขาการขายส่งและการขายปลีก สาขาเกษตรกรรม และสาขาการก่อสร้างขยายตัว 6.1% 3.6% และ 6.6% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 3.2% 1.9% และ 1.7% ในปี 2567 ตามลำดับ

นายดนุชา กล่าวว่า ด้วยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวได้มากกว่าที่คาดไว้มาก ทำให้ สศช.ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ ในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5 -2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2%) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.2 – 2.2% โดยมีค่ากลางการประมาณการ 1.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ดังนี้

การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน

การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน

การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง

ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร

ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 2.1% และ 1.9% ตามลำดับ มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัว 2% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในช่วง (-0.3%) - 0.7% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.4% ของ GDP

เลขาธิการ สศช. ระบุว่า สศช.ประเมินว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลคงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง โดยมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้เต็มรูปแบบได้เร็วที่สุดคือในช่วงเดือนมีนาคม หรืออย่างช้าคือต้นเดือนเมษายน จะทำให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 สามารถทำได้เร็ว โดยอาจล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน

แต่ถ้าช้ากว่านั้นจะส่งผลต่อเงินที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจช้าตามไปด้วย โดยเฉพาะงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เพราะเมื่อพิจารณาในส่วนของไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ตามประมาณการลงทุนของรัฐวิสาหกิจนั้น พบว่าจะมีเงินที่สามารถเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 (ตุลาคม-ธันวาคม) อยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้น่าจะมีส่วนช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงดังกล่าวได้ในกรณีที่งบประมาณแผ่นดินปี 2570 เกิดความล่าช้าออกไป


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.