สศช. เปิดสัญญาณอันตราย เศรษฐกิจไทย ปี 69 เสี่ยง Stagflation เศรษฐกิจตกต่ำแต่เงินเฟ้อพุ่งแรง ปรับฉากทัศน์ GDP ใหม่เหลือโตแค่ 0.2-1.4% หากสงครามตะวันออกกลางลากยาว
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุชว่า สภาพัฒน์ได้จัดทำฉากทัศน์ (Scenarios) เศรษฐกิจไทยในปี 2569 นี้ ใหม่ โดยประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อและขยายวงมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก
ล่าสุดสถานการณ์ได้ลากยาวมากกว่า 1 เดือนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดพลังงานโลก โดยอิหร่านได้ยื่นเงื่อนไขในการเจรจา เช่น การขอให้ถอนฐานทัพออกจากภูมิภาคนี้ ซึ่งถือเป็นท่าทีเริ่มต้นของการเจรจากับสหรัฐและอิสราเอลแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะบรรลุข้อตกลงหรือไม่ ส่งผลถึงราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกปัจจุบัน มีความผันผวนสูงตามกระแสข่าว
โดยหลังจากที่ราคาปรับสูงขึ้นมากแต่เมื่อมีสัญญาณการชะลอตัวของการโจมตี หรือข่าวการพิจารณาเปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันในทุกตลาดจะดิ่งลงทันที อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลดีเพียงช่วงสั้นๆ แต่หากความขัดแย้งยังไม่จบลงอย่างถาวร เพราะจะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
นายดนุชา กล่าวว่า สศช.ได้จัดทำฉากทัศน์ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จากเดิมก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คาดว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวได้ประมาณ 2% ระดับราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 58 – 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2% โดยประเมิน 4 ฉากทัศน์ที่สำคัญ ดังนี้
ฉากทัศน์ที่ 1
สถานการณ์กระจายตัวทั่วภูมิภาค และสิ้นสุดลงใน 2 เดือน โดยเกิดสงครามในหลายสมภูมิในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีกลับของอิหร่าน การขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงได้รับผลกระทบในระยะสั้น โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานไม่เสียหายเพิ่มเติมจากในปัจจุบัน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทำให้การขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางทำได้น้อยลง น้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น แต่อุปทานน้ำมันทยอยกลับเข้าสู่ตลาดปกติได้เร็ว ราคาน้ำมันจึงปรับตัวสูงขึ้นแค่ชั่วคราว โดยระดับราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 85 – 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดเงินทุนผันผวน นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง โดยในฉากทัศน์นี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ประมาณ 1.4% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.7%