Black Ribbon

นักธุรกิจ ยันไม่พอขอ ‘ลดดอกเบี้ยนโยบาย’ ต่ำกว่า 1% ปลดล็อกหนี้-ฟื้นเศรษฐกิจ

01 กันยายน 2569
นักธุรกิจ ยันไม่พอขอ ‘ลดดอกเบี้ยนโยบาย’ ต่ำกว่า 1% ปลดล็อกหนี้-ฟื้นเศรษฐกิจ

กรณี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเติบโตในระดับต่ำและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 

ล่าสุด นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดยมองว่ายังสามารถลดดอกเบี้ยลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้อีก และจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ของ GDP

นายสุรพงษ์กล่าวว่า แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่ดูเหมือนลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนสามารถชำระคืนเงินต้นได้สำเร็จ เพราะส่วนหนึ่งเกิดจาก GDP ไทยที่ขยายตัวต่ำ และการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ลดลงอย่างมาก ดังนั้น การแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระการจ่ายดอกเบี้ย ทำให้มีเงินเหลือไปตัดเงินต้นและช่วยให้หนี้ลดลงได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ แม้การคงดอกเบี้ยที่ 1% อาจสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ในภาวะที่ประชาชนมีภาระหนี้สูงและการลงทุนยังน้อย การเร่งให้เศรษฐกิจเติบโตจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงินว่าลูกหนี้จะมีรายได้และความสามารถชำระหนี้เพิ่มขึ้น หากเศรษฐกิจโตต่ำต่อเนื่อง ธนาคารก็จะยิ่งเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะ SMEs ที่กำลังเผชิญปัญหาการเข้าถึงสินเชื่ออย่างหนัก

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1% เป็นเพียงอัตรากู้ยืมข้ามคืนระหว่างธนาคาร หรือ Overnight Interbank Rate จึงไม่ได้สะท้อนต้นทุนดอกเบี้ยที่ประชาชนและภาคธุรกิจกู้จริง ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงกว่า ดังนั้น หากธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถกำกับดูแลให้สถาบันการเงินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จริงลงได้ จะเป็นอีกช่องทางสำคัญในการปลดล็อกภาระหนี้และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

อสังหาฯ มอง คงดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำแล้ว

ด้านนายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่า การที่กนง. ตัดสินใจคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน หรือที่1% ไม่ได้มองว่าเป็นข่าวลบ เพราะดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำแล้ว  ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญกว่าการลดลงอีก 0.25% คือการทำให้ดอกเบี้ยที่อยู่ในระบบสามารถส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริง และทำให้คนที่มีศักยภาพในการซื้อบ้านสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ 

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ คิดว่าต้องมองให้กว้างกว่าตัวเลขยอดโอน เพราะอสังหาริมทรัพย์มี Economic Multiplier ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหลายภาคส่วน ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง เหล็ก ปูนซีเมนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้รับเหมา การจ้างงาน ไปจนถึงภาคการเงิน 

ดังนั้น หากทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมาหมุนได้ ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยเฉพาะ ผู้ประกอบการ แต่เงินจะไหลต่อไปยังผู้รับเหมา Supplier SME โรงงานผลิตวัสดุ และแรงงาน ซึ่งจะช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในวงกว้าง 

“มองว่าไม่ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลง หรือคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์มีทั้งข้อดีและข้อที่ต้องพิจารณา แต่สิ่งที่อยากเน้นคือ วันนี้เราไม่ควรมองว่าการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวจะเป็นยาวิเศษที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นทันที เพราะปัญหาของตลาดในปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย”


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.