KBANK คาด GDP ปีนี้โต 3.7% ชี้การเมืองแค่ “คลื่นรบกวน” ไม่สะเทือนศก. ข่าวเศรษฐกิจ24 พ.ค. 66 13:27น.

24 พฤษภาคม 2566
KBANK คาด GDP ปีนี้โต 3.7% ชี้การเมืองแค่ “คลื่นรบกวน” ไม่สะเทือนศก.  ข่าวเศรษฐกิจ24 พ.ค. 66 13:27น.

          นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ว่าจะขยายตัวได้ 3.7% โดยภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ซึ่งคาดว่าทั้งปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 28.5 ล้านคน ส่วนการส่งออก คาดว่าจะหดตัว -1.2% การนำเข้าหดตัว -2.4% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลที่ 6 พันล้านดอลลาร์

          ในขณะที่การลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนอาจจะยังขยายตัวได้ไม่มากนัก โดยเฉพาะการลงทุนของภาคเอกชนที่เป็นการลงทุนเพียงแค่การชดเชยค่าเสื่อม ทำให้กำลังการผลิตทรงตัวอยู่กับที่ ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยยังมีข้อจำกัด สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะอยู่ที่ 2.8%

          “เศรษฐกิจของไทยยังฟื้นตัวได้ไม่เท่ากับช่วงก่อนโควิดในปี 2019 คาดว่าต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ตอนนี้เรายังโตต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ 5%” นายกอบสิทธิ์ กล่าว และเชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องเมื่อเทียบรายไตรมาส

          การเมืองที่ไม่ชัดเจนเป็นแค่ “คลื่นรบกวน” ไม่ใช่ปัจจัยหลักกระทบเศรษฐกิจ

          นายกอบสิทธิ์ กล่าวว่า โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้สูงหรือต่ำกว่า 3.7% นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยหลักใหญ่ของเศรษฐกิจไทยขณะนี้ คือพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่วนสถานการณ์ทางการเมือง ไมว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาล หรือความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล คงไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทย เพียงแต่อาจเป็นคลื่นรบกวนในช่วงสั้นๆ เท่านั้น เว้นแต่จะมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญซ้ำรอยประวัติศาสตร์ มีการออกมาชุมนุมประท้วงใหญ่ กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และกระทบความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาประเทศไทย แต่มองว่ามีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้น

          อย่างไรก็ดี มองว่าสิ่งที่ควรกังวลมากกว่า คือตัวแปรใหม่ๆ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องมาถึงภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

          พร้อมระบุว่า ต้องติดตามว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว จะสามารถผลักดันหลายเรื่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหากในมุมมองของต่างชาติเห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ก็จะเป็นมุมมองในเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และเป็นอานิสงส์ต่อเศรษฐกิจไทยในปี 67

          คาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสิ้นปี 66 แตะระดับ 2.00%

          นายกอบสิทธิ์ ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2566 คาดว่าจะไปแตะที่ระดับ 2.00% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจ โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 31 พ.ค.นี้ มีโอกาสที่ กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงที่ กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กนง. เคยออกมาระบุว่ายังมีโอกาสที่อัตราเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มสูงขึ้น จากผลของต้นทุนสินค้าที่ผู้ประกอบการยังส่งผ่านมาถึงผู้บริโภคไม่เต็มที่ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนมาที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในปีนี้ และมีผลให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น

          ทั้งนี้ สำหรับนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงที่พรรคร่วมรัฐบาลใช้เป็นนโยบายการหาเสียงนั้น คงต้องติดตามว่าเมื่อเป็นรัฐบาลจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ เนื่องจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการไตรภาคี และต้องไม่ลืมว่าการปรับขึ้นค่าแรง จะมีผลอื่นๆ ตามมา เช่น การปรับลดคนงาน การเลิกจ้าง การปรับขึ้นราคาสินค้า และการสูงขึ้นของเงินเฟ้อ

          นายกอบสิทธิ์ ยังกล่าวถึงแนวโน้มค่าเงินบาท โดยประเมินว่าในช่วง 1 เดือนจากนี้ ให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.80 – 35.04 บาท/ดอลลาร์ และสิ้นปี 66 คาดว่าเงินบาทจะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 33.80 บาท/ดอลลาร์

          ขณะที่การเคลื่อนย้ายเงินทุนของต่างชาตินั้น คงต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงเดือนมิ.ย.ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไรในเรื่องทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งหลังจากนั้นจะเริ่มเห็นความชัดเจนของเงินทุนจากต่างชาติ ซึ่งคาดว่าจะไหลกลับเข้ามาในไทยอีกครั้งในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.

แหล่งที่มา : InFoquest


แหล่งที่มา : Infoquest

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.