‘สศค.’ หั่น GDP ปี 69 เหลือ 1.6% เซ่นพิษตะวันออกกลาง ลุ้นไทยช่วยไทยพลัสฟื้น

28 พฤษภาคม 2569
‘สศค.’ หั่น GDP ปี 69 เหลือ 1.6% เซ่นพิษตะวันออกกลาง ลุ้นไทยช่วยไทยพลัสฟื้น
สศค. หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2569 เหลือโต 1.6% จาก 2.0% รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ชู 4 เครื่องยนต์หลักพยุงเศรษฐกิจ ลุ้นไทยช่วยไทยพลัส หวังดึงตัวคูณ 0.7 ดันเม็ดเงินฟื้นเศรษฐกิจ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ประมาณการเศรษฐกิจไทยประจำปี 2569 คาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 1.6% ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากประมาณการเดือนม.ค.69 ที่เคยมองไว้ที่ 2.0% สาเหตุหลักมาจากการได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังต้นทุนราคาพลังงาน การเดินทาง และความผันผวนของระบบการค้าโลก

ทั้งนี้ แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง แต่เศรษฐกิจไทยยังคงมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่

  1. การส่งออก คาดว่าจะขยายตัวที่ 6.2% ตามความต้องการของประเทศคู่ค้า โดยมีสัญญาณที่ดีมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 1
  2. การบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 2.3% โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ภาคการท่องเที่ยว และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ
  3. การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 3.2% ซึ่งสะท้อนจากการลงทุนผ่านกลไกของบีโอไอ (BOI) ที่เพิ่มสูงขึ้น และการเร่งรัดการลงทุนจริงผ่านโครงการ Thailand Fast Plus ที่ช่วยลดอุปสรรคให้นักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  4. ภาคการคลัง และการใช้จ่ายภาครัฐ โดยรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจยังคงมีบทบาทสำคัญในการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ โดยในช่วงครึ่งปีแรกมียอดเบิกจ่ายสูงถึง 1.17 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีการปรับเพิ่มงบลงทุนสำหรับปี 2569 อีกประมาณ 50,000 ล้านบาท ด้วย เป็นผลมาจากการประเมินกระบวนการงบประมาณในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ซึ่งเป็นไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2570 โดยเดิมที สศค. เคยคาดการณ์ว่ากระบวนการพิจารณางบประมาณอาจมีความล่าช้า แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันประเมินแล้วว่า กระบวนการจัดทำงบประมาณจะสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาปกติ

ในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยยังถือว่ามีความแข็งแกร่ง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุลประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1% ของจีดีพี ทั้งนี้ สศค. ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังห่างไกลจากภาวะเงินเฟ้อสูง และเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagflation) เนื่องจากตัวเลขการลงทุนยังคงขยายตัว และจีดีพียังเป็นบวก ไม่ได้ติดลบแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สศค. ยังคงเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ทั้งปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ พื้นที่ทางการคลังของหลายประเทศที่ลดลง ปัญหาหนี้ครัวเรือน และหนี้ของ SME รวมถึงความเสี่ยงใหม่ระดับโลกอย่างความไม่แน่นอนของผู้นำระดับโลก (Uncertainty of Global Leader)

เพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงาน และความผันผวน ภาครัฐเตรียมปรับรูปแบบการช่วยเหลือไปสู่การอุดหนุนแบบเฉพาะเจาะจงเป้าหมาย (Targeted Subsidy) ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล โดยอาจมีการใช้เครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาช่วยขับเคลื่อน เช่น การตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Matching Fund) กับภาคเอกชน หรือการปรับมุมมองการลงทุนผ่านกองทุน Thailand Future Fund

นอกจากนี้ สศค. ยังได้ประเมินผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยว่า หากมีการกระตุ้นการลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นทุกๆ 100,000 ล้านบาท จะช่วยดันจีดีพีให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 0.27% ในขณะที่มาตรการกระตุ้นการบริโภคที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมจ่าย เช่น โครงการคนละครึ่งในอดีต พบว่ามีประสิทธิภาพสูง โดยมีตัวคูณทางเศรษฐกิจถึงประมาณ 0.7 ขึ้นไป ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังเร่งพิจารณารายละเอียดมาตรการไทยช่วยไทยพลัส และจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้

เมื่อถามถึงตัวเลขคาดการณ์จีดีพีที่ 1.6% นั้นได้สะท้อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐเข้าไปหรือยังนั้น ผอ.สศค. ชี้แจงว่า สมมติฐานในรอบนี้ใช้กรอบงบประมาณปกติของปี 2569 และการประเมินงบประมาณปี 2570 เป็นหลัก โดยได้รวมเพียงงบลงทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 50,000 ล้านบาทเข้าไปแล้วเนื่องจากกระบวนการงบประมาณเป็นไปตามปกติ แต่ในส่วนของเม็ดเงินกู้ก้อนใหม่ และรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่อย่าง "โครงการไทยช่วยไทยพลัส" รวมถึงแนวทางการสานต่อมาตรการกระตุ้นการบริโภคนั้น สศค. จำเป็นต้องรอให้รัฐบาลสรุปรายละเอียดและความชัดเจนก่อน จึงจะสามารถนำมาผนวกเข้ากับการประมาณการได้


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.