Black Ribbon

ถกเข้มอาเซียน-จีน ดัน ACFTA 3.0 ลุ้นบังคับใช้ภายในปี 69 เพิ่มโอกาสส่งออกไทย

03 สิงหาคม 2569
ถกเข้มอาเซียน-จีน ดัน ACFTA 3.0 ลุ้นบังคับใช้ภายในปี 69 เพิ่มโอกาสส่งออกไทย
  • อาเซียนและจีนเร่งผลักดันความตกลงการค้าเสรี ACFTA 3.0 โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2569
  • ความตกลงฉบับใหม่จะครอบคลุมการค้ายุคใหม่ เช่น การค้าดิจิทัล การค้าสีเขียว และการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออกให้ไทย
  • ปัจจุบันอาเซียน 7 ประเทศรวมถึงไทย ได้ดำเนินกระบวนการภายในประเทศเสร็จสิ้นแล้ว รอเพียงฝ่ายจีนดำเนินการให้แล้วเสร็จ

กรมเจรจาฯเผยความคืบหน้าการยกระดับ ACFTA 3.0 เร่งมีผลบังคับใช้ภายในปี 2569 เปิดทางให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากกติกาการค้ายุคใหม่ที่ทันสมัย ครอบคลุมการค้าดิจิทัล การค้าสีเขียว และการอำนวยความสะดวกทางการค้ามากยิ่งขึ้น

นางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานฝ่ายอาเซียน ร่วมกับนายหลิน เฟิง (Lin Feng) อธิบดีกรมการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีน ในการประชุมคณะกรรมการร่วมกำกับการดำเนินงานภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน หรือ ACFTA - JC ครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 23 – 24 กรกฎาคม 2569 ผ่านระบบการประชุมทางไกล

นางอุมาพร กล่าวว่า การประชุม ACFTA - JC ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566 เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา อาเซียนและจีนมุ่งเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA 3.0 ให้สำเร็จ 

โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ ACFTA 3.0 มีผลใช้บังคับภายในปี 2569 นี้ เพื่อให้ผู้นำอาเซียน-จีน ประกาศความสำเร็จในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน (ASEAN-China Summit) ในเดือนพฤศจิกายน 2569 

ทั้งนี้ ปัจจุบันอาเซียน 7 ประเทศรวมทั้งไทย ได้ดำเนินกระบวนการภายในประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากฝ่ายจีนดำเนินกระบวนการฯ แล้วเสร็จ จะทำให้พิธีสารดังกล่าวมีผลใช้บังคับภายใน 60 วัน และทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลง ACFTA ที่มีการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัยและอำนวยความสะดวกทางการค้ามากยิ่งขึ้น  

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามพันธกรณีภายใต้ความตกลง ACFTA ที่สำคัญ อาทิ การปรับโอนพิกัดศุลกากรของตารางการลดภาษีให้เป็นฉบับ HS 2022 การพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลถิ่นกำเนิดสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบ “EODES” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการลดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการที่เกี่ยวกับกระบวนการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า 
โดยปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อจัดทำระบบดังกล่าวกับฝ่ายจีน นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวทางการจัดสรรเงินภายใต้กองทุนที่สนับสนุนโดยจีน เพื่อให้อาเซียนใช้ประโยชน์จากกองทุนดังกล่าวในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่ ๆ เช่น การค้าดิจิทัล การค้าสีเขียว และความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้ ACFTA 3.0

ส่องมูลค่าการค้า อาเซียน-จีน

ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียน (16 ปีติดต่อกัน) โดยในปี 2568 การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน มีมูลค่า 916,149.74 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.59% จากปีก่อนหน้า 

โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีนในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากเวียดนามและมาเลเซีย ขณะที่การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 238,451.07 ล้านดอลลาร์ โดยอาเซียนส่งออกไปจีน มูลค่า 77,483.48 ล้านดอลลาร์ และอาเซียนนำเข้าจากจีน มูลค่า 160,967.59 ล้านดอลลาร์ 

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของอาเซียน ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และส่วนประกอบ เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ เหล็กและเหล็กกล้า ผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้ 

ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และส่วนประกอบ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เป็นต้น 


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.