Black Ribbon

ทรัมป์ ลั่นเปิดฮอร์มุซพรุ่งนี้ ฟาดยักษ์น้ำมัน "รวยจากสงคราม" จี้ลดราคาด่วน

04 สิงหาคม 2569
ทรัมป์ ลั่นเปิดฮอร์มุซพรุ่งนี้ ฟาดยักษ์น้ำมัน "รวยจากสงคราม" จี้ลดราคาด่วน
  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดในวันรุ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงเกือบ 5%
  • ทรัมป์วิจารณ์บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ว่าฉวยโอกาสทำกำไรมหาศาลจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และเรียกร้องให้ลดราคาลงเพื่อช่วยเหลือประชาชน
  • คำประกาศของทรัมป์ขัดแย้งกับท่าทีของอิหร่าน ซึ่งปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและตลาดพลังงานโลกทวีความซับซ้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่างรุนแรงว่าฉวยโอกาสทำกำไรบนความทุกข์ยากของประชาชนในช่วงสงคราม

ขณะเดียวกันก็ได้ประกาศระงับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านโดยอ้างว่าข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกำลังจะเกิดขึ้น "ภายในวันพรุ่งนี้" ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงทันทีเกือบ 5% แม้ว่าทางการอิหร่านจะยังคงปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ก็ตาม

ทรัมป์ฟาดค่ายน้ำมันยักษ์ใหญ่ "ทำกำไรมากเกินไป"

ในระหว่างการลงนามในคำสั่งบริหารที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พุ่งเป้าโจมตีบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง ExxonMobil และ Chevron โดยระบุว่าบริษัทเหล่านี้ทำกำไร "มากเกินไป" จากการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน

ทรัมป์ชี้ว่าราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นกว่า 37% นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งในเดือนกุมภาพันธ์ และเรียกร้องให้บริษัทเหล่านี้ปรับลดราคาลงเพื่อคืนกำไรให้แก่สาธารณชน 

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 พบว่า ExxonMobil มีกำไรพุ่งสูงถึง 1.45 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

ขณะที่ Chevron ทำกำไรได้ถึง 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 5 เท่า ทรัมป์ยังได้ประกาศด้วยความมั่นใจว่าหากความขัดแย้งสิ้นสุดลง ราคาน้ำมันโลกจะ "ดิ่งลงเหว" อย่างแน่นอน

ตลาดขานรับข่าวดี น้ำมันโลกร่วงแรง 5% หลังสหรัฐฯ เบรกแผนถล่ม

กระแสข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียปรับตัวลดลงทันที โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 4.5% มาอยู่ที่ 83.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ลดลง 4.6% มาอยู่ที่ 80.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

การร่วงลงของราคาเป็นผลมาจากความหวังที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถึง 20% ของโลกจะกลับมาเปิดสัญจรตามปกติ

ทรัมป์ระบุว่าเขาตัดสินใจระงับแผนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ซึ่งเขาอ้างว่าจะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยให้เหตุผลว่าได้รับการขอร้องจากพันธมิตรในอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ซึ่งเชื่อว่าโอกาสในการบรรลุข้อตกลงทางการทูตกำลังเปิดกว้าง

ดีลลับ สุดงง ทรัมป์อ้างฝ่ายเดียวเปิดฮอร์มุซพรุ่งนี้-อิหร่านยันไม่คุยด้วย

ความขัดแย้งในข้อมูลยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตา เมื่อทรัมป์ยืนยันเพียงฝ่ายเดียวว่าการเจรจากำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วและช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดใช้งานได้สมบูรณ์ภายในวันพรุ่งนี้

แต่ทางด้านนายเอสมาอิล บาฆาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กลับยืนกรานว่า "ไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ" และระบุว่าการพูดคุยที่มีอยู่นั้นเป็นการหารือกับ "โอมาน" เพื่อหาทางออกเรื่องเส้นทางเดินเรือชั่วคราวเท่านั้น

อิหร่านย้ำว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่หยุดการกระทำที่ก้าวร้าว ขณะที่ทรัมป์ออกมาตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าผู้นำอิหร่าน "กลับกลอกอย่างไม่น่าเชื่อ" โดยอ้างว่าฝ่ายอิหร่านเป็นผู้ร้องขอการเจรจาเอง

เดิมพันทางการเมืองและยุทธศาสตร์ "กำแพงเหล็ก"

นักวิเคราะห์มองว่าท่าทีของทรัมป์ในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันภายในประเทศ เนื่องจากผลสำรวจพบว่ามีชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 3 ที่สนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้ และประเด็นราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังกลายเป็นจุดอ่อนของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 

ในขณะที่อิหร่านดูเหมือนจะใช้ยุทธศาสตร์ยื้อเวลา โดยเชื่อว่าเวลาอยู่ข้างพวกเขา และพยายามสร้างแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ผ่านกลุ่มตัวแทนและการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนยันมาตรการปิดล้อมทางเรือที่เขาเรียกว่า "กำแพงเหล็ก" (Wall of Steel) โดยประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีสิ่งใดผ่านเข้าไปยังอิหร่านได้ จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงหรืออิหร่านยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง พร้อมทิ้งท้ายว่านี่คือ "โอกาสสุดท้าย" ของเตหะรานก่อนจะเผชิญกับแผนการขั้นเด็ดขาดที่เตรียมไว้


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.