Black Ribbon

ตลาด FTA ครึ่งปีแรกพุ่ง 21.8% แตะ 8 พันล้านบาท จีนคู่ค้าเบอร์ 1

10 สิงหาคม 2569
ตลาด FTA ครึ่งปีแรกพุ่ง 21.8% แตะ 8 พันล้านบาท จีนคู่ค้าเบอร์ 1
  • การค้าไทยกับ 18 ประเทศคู่ค้า FTA ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.8%
  • จีนยังคงเป็นคู่ค้า FTA อันดับหนึ่งของไทย โดยมีสัดส่วนการค้า 37.6% ของการค้ากับกลุ่มประเทศ FTA ทั้งหมด
  • การส่งออกไปยังตลาด FTA ขยายตัว 12.6% โดยตลาดที่เติบโตสูงสุดคือสิงคโปร์ (74%) ตามด้วยออสเตรเลีย (43.9%) และ สปป.ลาว (36.4%)

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยการค้าไทยกับ 18 ประเทศคู่ FTA ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 มูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์ หรือ 8,040 ล้านบาท ขยายตัว 21.8% โดยส่งออกโต 12.6% ขณะที่สิงคโปร์โตสูงสุด 74%

นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน 2569) การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เปรู และชิลี มีมูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วน 57.3% ของการค้าไทยกับโลก 

โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 105,494 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.6% และไทยนำเข้าจากประเทศคู่ FTA มูลค่า 138,175 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 30.0% โดยกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าไทยเป็นการค้ากับประเทศที่มี FTA ด้วย ซึ่งช่วยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความได้เปรียบด้านภาษี และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

จีนคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย

ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นคู่ค้า FTA สำคัญอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการค้ารวม 91,513 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 37.6% ของการค้ากับประเทศคู่ FTA ทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญและมีบทบาทเป็นฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศ 

สำหรับการส่งออกไปตลาด FTA ยังคงขยายตัวได้ดีในหลายประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 74.0% ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 43.9% สปป.ลาว เพิ่มขึ้น 36.4% มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 27.0% เวียดนาม เพิ่มขึ้น 20.2% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 12.9% และอินเดีย เพิ่มขึ้น 10.0% 

ส่องสินค้าแรงหนุน ใช้สิทธิ FTA 

นางสาวโชติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า FTA ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากสินค้าศักยภาพหลายกลุ่ม โดยในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เพิ่มขึ้น 16.8% และไก่แปรรูป เพิ่มขึ้น 7.6% 

ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้น 26.0% แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 20.6% คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 18.5% ผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่มขึ้น 10.4% และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 3.8% สะท้อนถึงความต้องการสินค้าไทยทั้งกลุ่มเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมในตลาดคู่ FTA อย่างต่อเนื่อง

“แม้การนำเข้าจากประเทศคู่ FTA จะขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการส่งออก แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าที่สนับสนุนการลงทุนและการผลิต โดยกว่า 75% ของมูลค่าการนำเข้าจากประเทศคู่ FTA เป็นสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล รวมถึงเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก” นางสาวโชติมา กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 กรมจะเดินหน้าขยายและยกระดับ FTA เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ให้มีความคืบหน้าตามกรอบที่กำหนด ควบคู่กับการยกระดับความตกลงที่มีอยู่ อาทิ ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย รวมถึงผลักดัน FTA ไทย-เปรู ฉบับสมบูรณ์ไปสู่การลงนาม


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.