Black Ribbon

สมาคมเตาหลอมโลหะฯ ชูเทคโนโลยีผลิตเหล็กสะอาดมาตรฐานสูง

10 สิงหาคม 2569
สมาคมเตาหลอมโลหะฯ ชูเทคโนโลยีผลิตเหล็กสะอาดมาตรฐานสูง
นายศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ ผู้แทนสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF)  gปิดเผยว่า ท่ามกลางความกังวลของสังคมและผู้บริโภคเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของวัสดุก่อสร้าง เทคโนโลยีการผลิตเหล็กกำลังถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะ “เหล็กระบบเตา IF” (Induction Furnace) ที่มักถูกพาดพิงถึงข้อจำกัดในอดีต

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมโลหการในปัจจุบันได้ก้าวล้ำไปมาก การผลิตเหล็กสะอาดด้วยระบบเตา IF ที่ผสานการทำงานร่วมกับเตาปรุงน้ำเหล็ก (Secondary Refining)ไม่เพียงแต่ทะลวงข้อจำกัดเดิมๆ ในการกำจัดมลทิน แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร ลดมลพิษทางอากาศได้ถึง 6 เท่า และเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

1. นวัตกรรมกวนน้ำเหล็กอัตโนมัติ สู่ความสม่ำเสมอของเนื้อเหล็กความเข้าใจคลาดเคลื่อนประการแรกคือข้อกังวลที่ว่าเตาหลอม IF ไม่สามารถทำให้น้ำเหล็กสะอาดได้ ซึ่งในความเป็นจริง กระบวนการหลอมด้วยเตา IF อาศัยหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าให้เกิดกระแสไฟฟ้าวน (Eddy Currents) กระบวนการนี้ก่อให้เกิดแรงกวนน้ำเหล็กอัตโนมัติด้วยสนามแม่เหล็ก (Electromagnetic Stirring) โดยน้ำเหล็กจะหมุนวนจากขอบไปสู่แกนกลางและหมุนจากล่างขึ้นบนตลอดเวลา ส่งผลให้ส่วนผสมทางเคมีและอุณหภูมิผสมผสานเนียนเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งเตา (Homogeneity)นอกจากนี้ การกวนของสนามแม่เหล็กยังช่วยดันสารฝัง (Inclusions) หรือสารมลทินที่มีน้ำหนักเบาให้ลอยขึ้นสู่ผิวหน้า ทำให้ผู้ผลิตสามารถเติมสารสร้างตะกรันและกวาดเททิ้งออกจากเตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ยกระดับคุณภาพด้วยเตาปรุง (Ladle Furnace) ทลายข้อจำกัดทางเคมีเพื่อลบภาพจำเรื่องข้อจำกัดในการกำจัดฟอสฟอรัสและกำมะถัน โรงงานผลิตเหล็กระบบเตา IF มาตรฐานสูงในปัจจุบัน ได้นำเทคโนโลยี “การปรับปรุงคุณภาพขั้นที่สอง”(Secondary Steel Refining) มาใช้ร่วมด้วย เมื่อน้ำเหล็กจากเตา IF ถูกถ่ายลงสู่เตาปรุง(เช่น LF หรือ AOD) จะมีการเป่าก๊าซอาร์กอนและปรุงแต่งค่าเคมีอย่างละเอียดการใช้เทคโนโลยีเตาปรุงร่วมกับวัสดุทนไฟชนิดด่าง สามารถสกัดและลดปริมาณกำมะถัน(S) ลงมาจนเหลือระดับต่ำสุดที่ 0.002% ซึ่งการควบคุมสารมลทินเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น (Ductility) และความทนทานต่อการแตกหัก (Toughness) ทำให้เหล็กไม่เปราะร้าว และสามารถใช้กับงานต้านทานแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี

3. ขจัดปัญหา “เหล็กเปราะ” จากไนโตรเจนหนึ่งในข้อได้เปรียบทางโลหะวิทยาที่สำคัญของเตา IF เมื่อเทียบกับเตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) คือเรื่องการปนเปื้อนของไนโตรเจน เตา EAF จำเป็นต้องใช้เปลวอาร์คไฟฟ้าซึ่งมีอุณหภูมิสูงจัด ทำให้โมเลกุลไนโตรเจนในอากาศแตกตัว (Nitrogen Ionization) และถูกดูดซับลงไปในน้ำเหล็กสูงถึง 80-100 ppm ซึ่งปริมาณไนโตรเจนที่สูงนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เนื้อเหล็กแข็งและเปราะบาง ในทางตรงกันข้าม เตา IF ไม่มีการอาร์คที่อุณหภูมิสูงจัดเช่นนั้น จึงเกิดการเติมก๊าซไนโตรเจนน้อยมาก ลดความเสี่ยงเรื่องเหล็กเปราะได้อย่างเด็ดขาด

4. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในมิติของความยั่งยืน เทคโนโลยีเตา IF ปล่อยมลพิษทางอากาศต่ำกว่ามาก โดยมีปริมาณฝุ่นละอองรวมเพียง 1-2 กิโลกรัมต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าเตา EAF ที่ปล่อยสูงถึง 6-12 กิโลกรัมต่อตัน (ต่างกันถึง 6 เท่า) นอกจากนี้ยังมีระดับเสียงที่เงียบกว่า โดยอยู่ที่ 82-86 เดซิเบล ที่สำคัญ ต้นทุนการดำเนินงานที่ประหยัดลงได้ 20-25% ยังเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะ ผูกขาดราคาเหล็กโครงสร้างในประเทศอย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ทางวิศวกรรมชี้ให้เห็นว่า การผลิตเหล็กด้วย “ระบบเตา IF ที่ควบคู่กับเตาปรุงน้ำเหล็ก” เป็นเทคโนโลยีที่สามารถผลิตเหล็กสะอาดที่มีคุณภาพสูง ได้มาตรฐานและมีความสม่ำเสมอในทุกกระบวนการผลิต การยกระดับความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ จึงไม่เพียงแต่ช่วยคืนความมั่นใจให้กับประชาชนและนักลงทุนด้านความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร แต่ยังเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในอนาคตต่อไป
แหล่งที่มา : เดลินิวส์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.