Black Ribbon

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชี ไทย เสี่ยงเข้าข่ายสวมสิทธิ์สินค้าจีน

14 สิงหาคม 2569
สหรัฐฯ ขึ้นบัญชี ไทย เสี่ยงเข้าข่ายสวมสิทธิ์สินค้าจีน
สหรัฐฯ ขึ้นบัญชี ไทย เสี่ยงเข้าข่ายสวมสิทธิ์สินค้าจีน เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-ไต้หวันติดกลุ่มเสี่ยงสูงสุด โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามรับมือกับกลโกงหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและมาตรการทางการค้าอื่นๆ

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุชื่อเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหภาพยุโรป (EU) ในบัญชีรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงเรื่องการสวมสิทธิ์สินค้าหรือการส่งผ่านประเทศที่สาม (Transshipment) ที่เชื่อมโยงกับสินค้าจีน ขณะที่ไทยติดโผเช่นกัน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามรับมือกับกลโกงหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและมาตรการทางการค้าอื่น ๆ

สำนักงานนโยบายการค้าและการผลิตแห่งทำเนียบขาวได้เผยแพร่รายงานชื่อ The Great Transshipment Scam ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) โดยระบุว่า ประเทศต่าง ๆ ราว 40 ประเทศมีความเสี่ยง สูง ที่จะสวมสิทธิ์สินค้าหรือส่งผ่านประเทศที่สาม โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ส่งออกชาวจีนได้ส่งสินค้าผ่านประเทศที่สามด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนฉลาก การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ และการสำแดงประเทศต้นกำเนิดสินค้าอันเป็นเท็จ

รายงานดังกล่าวของทำเนียบขาวได้จัดกลุ่มประเทศต่าง ๆ ราว 40 ประเทศซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการใช้กลโกงการสวมสิทธิ์สินค้าออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน โดยอิงจากขนาดการค้าที่เชื่อมโยงกับจีน ความลึกซึ้งในการรวมตัวทางเศรษฐกิจกับจีน และจุดอ่อนที่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้า

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหภาพยุโรป อินเดีย แคนาดา เม็กซิโก และอิสราเอล อยู่ใน Tier 1 หรือ กลุ่มผู้นำที่มีขนาดอุตสาหกรรมหลากหลาย โดยเน้นว่าประเทศเหล่านี้มีฐานอุตสาหกรรมที่หลากหลายและเป็นแพลตฟอร์มการส่งออกหลักไปยังสหรัฐฯ ซึ่งความเสี่ยงเรื่องการสวมสิทธิ์สินค้าแฝงตัวอยู่ภายในกระแสการค้าที่ถูกกฎหมายเป็นวงกว้าง

ส่วนบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ตุรกี และเวียดนาม อยู่ใน Tier 2 หรือ กลุ่มผู้นำที่มีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยระบุว่าประเทศเหล่านี้มีทั้งปริมาณการสวมสิทธิ์สินค้าอย่างผิดกฎหมายและมีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับจีน ทั้งด้านการจัดหาวัตถุดิบ ฐานการผลิต ระบบโลจิสติกส์ หรือช่องทางการเปลี่ยนเส้นทางสินค้าในภูมิภาค

สำหรับ Tier 3 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชิลี และโคลอมเบีย เป็นกลุ่มประเทศเป้าหมายขนาดเล็กที่จีนฉกฉวยโอกาส โดยถึงแม้มีปริมาณการสวมสิทธิ์สินค้าน้อยกว่า แต่มี ข้อได้เปรียบด้านจุดอ่อน เช่น แรงงานราคาถูก การเข้าถึงท่าเรือหรือชายแดน กำลังการประกอบสินค้าเฉพาะกลุ่ม และสิทธิพิเศษในการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ ซึ่งทำให้กลายเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดการเปลี่ยนเส้นทางสินค้าของจีน

รายงานดังกล่าวของทำเนียวขาวยังระบุถึงความพยายามในการพัฒนาระบบตรวจจับชายแดนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ ด้วยการรวมข้อมูลการจัดส่งสินค้า ประวัติเส้นทางเดินเรือ และข้อมูลอื่น ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยระบุการขนส่งที่มีความเสี่ยงสูง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บภาษีและมาตรการอื่น ๆ

เจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กล่าวในแถลงการณ์ว่า การสวมสิทธิ์สินค้าเป็นพฤติกรรมที่ กระทำโดยผู้ส่งออกที่ไม่สุจริต ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักที่สหรัฐฯ ดำเนินการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตั้งแต่แรก การกระทำนี้บ่อนทำลายความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและแรงงานชาวอเมริกัน ตลอดจนขัดขวางความพยายามในการดึงงานและการผลิตกลับสู่ประเทศ และเป็นภัยต่อผลประโยชน์ที่ได้จากข้อตกลงทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์ 19 ฉบับของประธานาธิบดีทรัมป์จนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า รายงานฉบับสำคัญนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ ยังคงให้ความใส่ใจกับเรื่องนี้เสมอ

แหล่งที่มา : MGR Online

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.