Black Ribbon

ยกระดับเฝ้าระวังขยะพิษ! คพ. ลุยจับ 'ขยะอิเล็กทรอนิกส์' ซุกตู้สินค้าแหลมฉบัง

01 กันยายน 2569
ยกระดับเฝ้าระวังขยะพิษ! คพ. ลุยจับ 'ขยะอิเล็กทรอนิกส์' ซุกตู้สินค้าแหลมฉบัง
  • กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย 10 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง
  • ผลการตรวจสอบพบ 6 ตู้คอนเทนเนอร์ที่สำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม มีการลักลอบปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นของต้องห้ามนำเข้า
  • การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการยกระดับการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายตามกรอบอนุสัญญาบาเซล

วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยกระดับการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" และ ของเสียอันตรายจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด ภายใต้กรอบอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการนำเข้าของเสียผิดกฎหมายและลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 คพ. ร่วมกับสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกตู้สินค้าต้องสงสัย จำนวน 10 ตู้คอนเทนเนอร์ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับข้อมูลแจ้งเตือนจาก Basel Action Network (BAN) โดยสินค้าสำแดงเป็นเศษเหล็ก (Metal Scrap) และเศษอะลูมิเนียม น้ำหนักสุทธิรวมกว่า 202.89 ตัน มูลค่าตามสำแดงประมาณ 12.39 ล้านบาท

จากการตรวจสอบตู้สินค้าทั้ง 10 ตู้ ในพื้นที่ท่าเรือ 2 แห่ง พบตู้สินค้าจำนวน 6 ตู้ ซึ่งสำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม แต่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่ภายใน ซึ่งเข้าข่ายเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้าประเทศไทย

สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลักลอบนำของเสียอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศภายใต้การสำแดงสินค้าในลักษณะอื่น

ดร.สุรินทร์ กล่าวต่อว่า คพ. จะเร่งสรุปผลการตรวจสอบและแจ้งข้อมูลให้กรมศุลกากรใช้ประกอบการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมรายงานผลการดำเนินงานต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาบาเซลต่อไป

"กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน และไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรองรับขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศ"


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.